春节-เทศกาลตรุษจีน

On Top

เทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีน เทศกาลตรุษจีนเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ นับตามปฎิทินจีนจันทรคติตาม ประวัติศาสตร์จีน ซึ่งมีบันทึกในปฏิทินสมัยราชวงศ์เซี่ย ประมาณ(ระหว่าง 2100-1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งเรียกปฏิทินเซี่ย( 夏历 xià lì ) หรือปฏิทินจันทรคติ-ปฏิทินการเกษตร ( 农历nóng lì ) วันแรกของวันตรุษจีนเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น ๑ ค่ำ ( 初一  chū yī ) เดือนอ้าย (เดือน ๑)ตามจันทรคติจีน

เนื่องด้วยจีนโดยเฉพาะชาวฮั่น ส่วนมากดำรงชีวิตด้วยการเพาะปลูกเป็นหลัก ดังนั้นปฏิทิน”เซี่ย” ปฎิทินจีนจันทรคติของจีน จึงเป็นปฏิทินที่สอดคล้องกับการทำเกษตรอย่างใกล้ชิดและเทศกาลต่างๆก็เป็นเทศกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรเช่นเดียวกัน  ก่อนถึงวันตรุษจีน ผู้คนในครอบครัวก็จะหลั่งไหลกลับมารวมกันที่บ้านจากสารทิศ (ที่จริงโบราณการคมนาคมไม่สะดวก คงไม่ได้อยู่ไกลนับพันๆกิโลเมตรเหมือนสมัยนี้) ชาวจีนจะมีการตระเตรียมงานสำหรับเฉลิมเฉลองปีใหม่ที่จะมาถึงเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี ของชาวจีนซึ่งมีความหมายอย่างลึกซึ้ง ทั้งความหวังอันดีงามทั้งการดำรงชีวิต การทำไร่ไถนาการเพาะปลูกและการทำมาหากินในปีใหม่ที่จะมาถึง ( 冬至  dōng zhì )  เมื่อเทศกาลความหนาวมาถึงแล้ว ในเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา (ก่อนตรุษจีน 30วัน) ในช่วงเวลานื้งานต่างๆได้สิ้นสุดลง คนในครอบครัวที่อยู่ห่างบ้าน ก็เริ่มทะยอยกลับบ้านจากสารทิศ (มีคนกลับเร็วกลับช้า ตามระยะทางหรือความจำเป็นบางสิ่งบางอย่าง) เมื่อเข้าฤดูที่หนาวจัด การเก็บเกี่ยวก็สิ้นสุดลงและไม่สามารถทำการเพาะปลูก จึงช่วยกันเก็บข้าวเข้ายุ้งเก็บวางเครื่องมือทำไร่ให้เข้าที่เข้าทางซ่อมแซม รั้วบ้านครัวเรือน รวมทั้งปัดฝุ่นถูเรือนทำความสะอาดเชื่อว่าเป็นการขจัดสิ่งที่เก่าๆให้ผ่านพ้นไป และเข้าสู่ปีใหม่ด้วยสิ่งที่ใหม่ๆและดีงามอย่างสะอาดสดใสจนถึงวัน 30 ค่ำตามปฏิทินจันทรคติจีน ก็เป็นวันสุดท้าย ของปีที่ผ่านมาซึ่งเรียกว่า (除夕 chú xī วันส่งท้ายปีเก่า) ครอบครัวต้องตระเตรียมอาหารอย่างหรูหราหลากหลายมากมาย เพื่อทำการฉลองซึ่งความมานะจากความลำบากและเป็นผลที่ได้รับของปีที่ผ่านมา สมาชิกในครอบครัวนั้นได้ผลเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์  และอาหารที่เตรียมไว้ก็พยายาม ให้มีความหมายที่ดีและเป็นสิริมงคล เช่น เกี้ยวซ่า ( 饺子  jiǎo zi)

เครียมเกี้ยวซ่า

 

เกี้ยวซ่าเหมือน เงินจีน
(ญี่ปุ่นอ่านเกียวจะ ไทยเลยอ่าน-เกี่ยวซ่า) ซึ่งมีความหมายว่า สามัคคีกลมกลืนกันรวมกัน

และยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินโบราณ  ปลา( 鱼  yú  ) ในภาษาจีนพ้องเสียงกับ ( 余yú )  “เหลือ” มีปลา ก็เท่ากับ ”มีเหลือ” ทุกมื้อมีเหลือทุกปีมีเหลือกินใช้ไม่หมดก็หมายถึงความร่ำรวย บ้างนวดแป้งทำบะหมี่ (面条 miàn tiáo ) ซึ่งมีความหมายว่า ยาว –ยาวนาน  ผู้คนในครอบครัวต่างคุยกันในเรื่องราวต่างๆ เช่นการที่ไปทำมาหากินตลอดปีที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือประสบการณ์ความสำเร็จ ตลอดจนบทเรียนต่างๆ ในโต๊ะตอนที่รับประอาหารกัน พร้อมทั้งคอยเวลาเที่ยงคืนนาทีสุดท้ายของปีเก่าและนาทีแรกของวันใหม่ ทำพิธีส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ในวินาทีเดียวกัน เมื่อนาทีแรกได้มาถึงทุกคนต่างชนแก้วด้วยความปิติยินดี และอวยพรให้กันและกัน โดยเฉพาะอวยพรให้กับผู้อาวุโส อาจจะเป็นปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ พี่ๆและเด็กๆ พวกเด็กหรือผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานต่างก็ได้รับอั่งเปา (ภาษาแต้จิ๋ว) (红包hóng bāo-ภาษาจีนกลาง )  และไปจุดประทัดซึ่งมีความหมายตามเสียงและแสง ว่าชื่อเสียงดังกึกก้องและร้อนแรงสว่างไสว ขณะเดียวกัน ทั้งขับไล่ความทุกข์ มารร้ายและอวยพรให้ครอบครัวกิจการให้ประสบแต่ความโชคดีอนาคตแจ่มใส ชื่อเสียงโด่งดัง คึกคักมีชีวิตชีวา

  • การเซ่นไหว้
    ปัจจุบันมีพิธีง่ายๆ ส่วนมากชาวชนบทจะมีพิธีไหว้มากกว่าชาวเมือง (การเซ่นไหว้หลากหลายแตกต่างออกไปตามขนบธรรมเนียมแต่ละเขตแต่ละชนเผ่า)
  1.  แรม 24 ค่ำ เดือน 12  ตามปฏิทินจันทรคติจีน ไหว้ส่งเจ้าแห่งเตาไฟ
  2.  แรม 30 ค่ำ เดือน12  ตามปฏิทินจันทรคติจีน ส่งท้ายปีเกา ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง (ผลไม้ ๕  ของคาว  ๕ ซึ่งศาสนาเต๋า ถือว่า “ที่มี ๕ ทิศ”-ออก ตก เหนือ ใต้และกลาง )
  3.  ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย-เดือน๑ ตามปฏิทินจันทรคติจีน มีการไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ

 

มีประเพณีอวยพรกันในวันปีใหม่ มีการปิดกวีคู่หน้าบ้านเพื่ออวยพรคำสิริมงคลให้บ้านและครอบครัว หรือกิจการ เสร็จแล้วจึงจุดประทัดอวยพรให้ครอบครัวกิจการให้ประสบแต่อนาคตอันแจ่มใสชื่อเสียงโด่งดัง คึกคักมีชีวิตชีวา (ตัวอย่างกวีคู่)

ปิดตัวอย่างกวีคู่1

เนื่องด้วยตรุษจีน เกิดมาจากชุมชนชาวฮั่นที่ทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็คงมีร่องรอยของการทำเกษตร หลังจาก วันแรกและต่อมาในวันที่สอง วันที่สาม (初一、初二、初三  chū yī、chū  èr、 chū sān、-ขึ้น ๑ค่ำ ขึ้น ๒ค่ำ ขึ้น ๓ค่ำ ) ต่างทักทายเยียมญาติพอสมควร และพักผ่อนจนถึงวันขึ้น ๑๕ค่ำ เทศกาลโคมไฟ (正月十五   zhēng yuè shií wǔ  )  ซึ่งสมัยก่อนส่วนมากจะมีการจัดงานโชว์โคมไฟ (สมัยนี้ก็มีการจัดบ้างแต่น้อยมากแล้ว ที่มีชื่อในสมัยนี้ มีการจัดงานเป็นประเพณีทุกปีที่เมืองจื่อกุ้ง มณฑลซื่อชวน-เสฉวน) และหลังจากในครอบครัวได้กินบัวลอย (บัวลอยเป็นรูปปั้นกลมๆมีความหมายว่า สามัคคีกัน ช่วยกันทำมาหากินปีหนึ่งมีการกินบัวลอย ๒ครั้ง อีกครั้งหนึ่งเป็นวัน冬至 dōng zhì  ความหนาวมาถึงในเดือน ๑๒ ของปีที่ผ่านมาก่อนตรุษจีน 30วัน)  ก็ถือว่า งานตรุษจีนเป็นการสิ้นสุดลง หลังจากวัน ๑๕ ค่ำเป็นต้นไป ทุกๆคนในครอบครัว ต่างก็ร่วมใจ ร่วมแรงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อที่จะทำไร่ไถนา หรือแยกย้ายกันไปทำมาหากินกันต่อไปในปีใหม่ที่รอคอย…

ภาพตัวอย่างปิดกวีคู่….
ตัวอย่างกวีคู่2ปิดตัวอย่างกวีคู่3 ปิดตัวอย่างกวีคู่2ตัวอย่างกวีคู่3

**************************************************

Social Media

Get The Latest Updates

Subscribe To Our Weekly Newsletter

No spam, notifications only about new products, updates.

Categories

On Trend

Most Popular Stories

ดารุมะ วัดคัตสึโอจิ!

            วัดคัตสึโอจิ หรือวัดที่เราเรียกกันว่า วัดดารุมะ เพราะมีดารุมะเยอะมากกกก จริง ๆ แล้วมีประวัติยาวนานถึง 1300 ปี ถูกสร้างขึ้นในยุคนาระ ปี ค.ศ.727             เป็นวัดที่เหล่านักรบในอดีตมักมาขอพรกัน ให้ประสบชัยชนะในการรบ

สอนวิธีวางแผนเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นด้วย Hyperdia ง่ายม๊ากกกกกก…

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักครับ หากคุณจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้วละก็ รถไฟคือสิ่งจำเป็นที่คุณต้องใช้และเรียนรู้

ตามรอยสามก๊ก เสฉวน-ฉงชิ่ง : แช่ออนเซ็น เที่ยวเมืองโบราณ ชมธรรมชาติสุดอลังการเว่อร์วัง กับ SBA Travel

การท่องเที่ยวประเทศจีนด้วยการใช้บริการบริษัททัวร์เป็นทางเลือกที่ดีมาก สำหรับผู้ที่ไม่รู้ภาษาจีน เพราะแม้กระทั่งการสั่งอาหารการกินยังยากเลย ฉะนั้นไปกับทัวร์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

7 บ่อ ออนเซ็น แช่แล้วฟิน… แถมเสริมสิริมงคล… ต้องคิโนซากิ ออนเซ็น ไม่ไกลจากโอซาก้า

คิโนซากิออนเซ็น เป็นเมืองขนาดเล็กเปรียบเสมือนหมู่บ้านที่ยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนและเป็นอยู่ในแบบโบราณมาจนถึงทุกวันนี้