ทัวร์ไทย : น่าน อิน เมมโมเรียล 3วัน 2คืน

Share on email
Share on facebook
Share on twitter

♦ สักการะพระธาตุแช่แห้ง 1 ใน 12 พระธาตุประจำปีเกิด (ปีเถาะ)
♦ สักการะพระธาตุเขาน้อยและชมวิวเมืองน่าน
♦ ชมภาพวาด ‘กระซิบรักบันลือโลก’ ณ วัดภูมินทร์
♦ สัมผัสธรรมชาติสุดแสนจะโรแมนติกที่อำเภอปัว

 

เมนูแนะนำ

♦ สักการะพระธาตุแช่แห้ง 1 ใน 12 พระธาตุประจำปีเกิด (ปีเถาะ)
♦ สักการะพระธาตุเขาน้อยและชมวิวเมืองน่าน
♦ ชมภาพวาด ‘กระซิบรักบันลือโลก’ ณ วัดภูมินทร์
♦ สัมผัสธรรมชาติสุดแสนจะโรแมนติกที่อำเภอปัว

 

เลือกวันเดินทาง

2-4, 23-25 เมษายน 2564

1-3, 7-9, 14-16, 21-23, 28-30 พฤษภาคม 2564

11-13, 18-20, 25-27 มิถุนายน 2564

11,990 บาท

แผนการเดินทาง
วันที่รายการอาหาร
เช้ากลางวันเย็น
1กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – น่าน – วัดพระธาตุแช่แห้ง – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ – อุโมงค์ต้นไม้ลีลาวดี – ลำดวนผ้าทอ – ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ – วัดภูเก็ต 
2ถนนลอยฟ้าดอยภูคา – จุดชมวิว 1715 – บ่อเกลือสินเธาว์ – วัดมิ่งเมือง 
วัดภูมินทร์ – ถนนคนเดินเมืองน่าน
3วัดพระธาตุเขาน้อย – หอศิลป์ริมน่าน – ต้นน่านของฝาก – สนามบินน่าน  กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)
รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) – น่าน – วัดพระธาตุแช่แห้ง – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ – อุโมงค์ต้นไม้ลีลาวดี – ลาดวนผ้าทอ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ - วัดภูเก็ต

05.00 คณะพร้อมกันที่สนามบินนานาชาติดอนเมืองชั้น 3 อาคาร 2 เคาน์เตอร์สายการบิน แอร์เอเชีย (AIR AISA) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรโดยสาร

07.3นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินน่าน จังหวัดน่าน ประเทศไทย โดย สายการบินไทย แอร์ เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3554

08.50 คณะเดินทางถึง สนามบินน่าน จ.น่าน ตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อย เดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ VIP 9 ที่นั่ง

นำท่านเดินทางกราบสักการะ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่านสันนิษฐานว่ามีอายุราว 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่า พญาการเมืองเจ้านครน่าน โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัย (กระดูกข้อมือข้างซ้าย) พ.ศ.1896 มาประดิษฐานไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้งและตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวยและทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง องค์พระธาตุมีความสูง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทองเหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา และที่สำคัญ พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเถาะอีกด้วย

นำท่านเดินเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน มีพื้นที่ทั้งสิ้น 14 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อปีพ.ศ. 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที เป็นอาคารแบบยุโรปซึ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่าน ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับศิลปะ โบราณวัตถุต่างๆ ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวพื้นเมืองภาคเหนือ และชาวเขาเผ่าต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “งาช้างดำ” วัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน สมบัติของเจ้าผู้ครองนครเมืองน่านรักษาสืบต่อกันมาหลายชั่วคน เป็นงาปลี งาช้างข้างซ้าย มีสีน้ำตาลเข้มไปทางดำ ยาว 94 เซนติเมตร ได้มาในสมัยพระยาการเมืองเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 5

นำท่านอิสระถ่ายภาพ ณ อุโมงค์ต้นไม้ลีลาวดี หรือซุ้มลีลาวดี ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายอยู่ 2 ข้างทางเดิน แผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ดูคล้ายอุโมงค์ต้นไม้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจและเดินเล่นชมบรรยายากาศที่ร่มรื่น พลาดไม่ได้ที่จะเก็บภาพสวยๆ เป็นที่ระลึก

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้ง ร้านลำดวนผ้าทอ อ.ปัว ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว  อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและ วัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ พื้นที่ด้านหลังร้านลำดวนผ้าทอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ บรรยากาศสุดฟินริมทุ่งนาเขียวขจี กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร้านตกแต่งตามสไตล์ของชุมชนชาวไทลื้อผสมล้านนา สัมผัสบรรยากาศชิลนั่งชมวิวนาข้าว มองภูเขา จิบกาแฟ ในสไตล์พื้นบ้านที่ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากร้านกาแฟเดิมที่เราเคยเจอ

นำท่านชม วัดภูเก็ต ชมอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ และภาพจิตรกรรมแนวร่วมสมัย 3 มิติ ที่แสดงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และภาพพุทธประวัติได้อย่างวิจิตรตระการตา และไฮไลท์ของวัดภูเก็ตคือ ลานชมวิวหน้าอุโบสถ ท่านจะได้เห็นทุ่งนาเป็นภาพมุมกว้าง และมีอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเป็นฉากหลัง

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ PUA DE VIEW BOUTIQUE HOTEL หรือที่พักระดับเทียบเท่า

วันที่ 2 ถนนลอยฟ้าดอยภูคา - จุดชมวิว 1715 บ่อเกลือสินเธาว์ - วัดมิ่งเมือง - วัดภูมินทร์ – ถนนคนเดินเมืองน่าน

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านสู่เส้นทางแห่งความสุข ถนนลอยฟ้าดอยภูคา เส้นทางที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสีเขียว ถนนหุบเขาที่สวยที่สุดในประเทศไทย หรือทางหลวงหมายเลข 1256 ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ไต่ระดับความสูงจากพื้นที่ราบด้านล่างขึ้นสู่ยอดเขาที่สลับซับซ้อน ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ทั้งทุ่งหญ้า นาข้าว ต้นไม้ใหญ่ และสายหมอกที่สุดแสนจะโรแมนติก       

นำท่านดื่มด่ำกับบรรยากาศทิวเขา ณ จุดชมวิว 1715 ดอยภูคา แนวทิวเขาดอยภูคาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวงพระบางฝั่งตะวันตก ซึ่งเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนปัวในอดีต ทำให้ยอดเขาที่นี่มีลักษณะเป็นหินปูนปนทราย ยอดเขาทรงแหลมแบบพีระมิด ด้วยเหตุนี้ทิวเขาดอยภูคาจึงมีความสวยงามแปลกตา และสามารถดึงดูดนักเดินทางที่หลงใหลในภูเขาได้ไม่น้อย

นำท่านชม บ่อเกลือสินเธาว์ บ่อเกลือโบราณ 800 ปี เป็นแหล่งเกลือภูเขาแห่งเดียวในโลก เดิมเรียกว่า “เมืองบ่อ” เพราะในอดีตเมืองนี้มีบ่อเกลือสินเธาว์ มากถึง 7 บ่อ คือ บ่อหลวง บ่อหยวก บ่อเวร บ่อน่าน บ่อกิน บ่อแคะ และบ่อเจ้า แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 บ่อเท่านั้น เรียกว่าบ่อเกลือเหนือ และบ่อเกลือใต้ ทั้งสองบ่อชาวบ้านยังใช้วิธีการต้มเกลือแบบโบราณในโรงเกลือที่ปิดมิดชิด และสัมผัสเป็นวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและอัธยาศัยอันดีของชาวบ้านที่ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ มาถึงบ่อเกลือแล้วอย่าลืมซื้อเกลือสินเธาว์สีขาว ผสมไอโอดีนกลับไปเป็นของฝาก

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านชมความอลังการของ วัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหารในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัด ใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527 เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองทำการรื้อถอนอุโบสถหลังเดิมทั้งหลัง เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมมาก โดยออกแบบให้เป็นอุโบสถแบบล้านนาร่วมสมัย การก่อสร้างตัวอาคารเป็นฝืมือของช่างพื้นบ้านเมืองน่าน งานลวดลายปูนปั้นเป็นฝีมือช่างจากตระกูลช่างเชียงแสน โดยมีนายเสาร์แก้ว เลาดี เป็นช่างใหญ่ที่ทำการปั้นและออกแบบลวดลายปูนปั้นทั้งหมด มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก

ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองน่าน เริ่มตั้งแต่สมัยพญาภูคาเจ้าเมืองน่านองค์ปฐมตั้งอยู่เมือง ณ เมืองย่าง (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอปัว) มาจนถึงสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่  วัดภูมินทร์  โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้ง 4 ทิศแกะสลักลวดลาย โดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนัง แสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองเมืองน่าน ได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์ พลาดไม่ได้กับภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ อายุกว่า 140 ปี กับตำนานกระซิบรักบันลือโลกของเมืองน่าน เป็นผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่ประณีตและสมบูรณ์ที่สุด เป็นภาพที่โดดเด่นประจำวัดภูมินทร์ โดยเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบสนทนา มีชื่อว่า ปู่ม่านย่าม่าน กลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองน่านที่ปรากฏอยู่ในสินค้าจำนวนมาก อาทิ เสื้อยืด, โปสการ์ด หรือแม้แต่ข้าวของแต่งบ้าน

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

หลังรับประทานอาหารเย็น อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ถนนคนเดินเมืองน่าน ของที่ระลึกกันตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ NAN GREEN LAKE VIEW HOTEL หรือที่พักระดับเทียบเท่า 

วันที่ 3 วัดพระธาตุเขาน้อย - หอศิลป์ริมน่าน – ต้นน่านของฝาก - สนามบินน่าน – กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางนมัสการพระองค์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองน่าน ณ วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น บริเวณลานด้านบนประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรบนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท ด้านหลังเป็นวิวเมืองน่านทั้งเมือง

นำท่านเดินทางสู่ หอศิลป์ริมน่าน เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดังที่รักใน ศิลปะที่ต้องการสร้างหอศิลป์เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย  ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปีขึ้น ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะนั้นได้ความรู้สึกสบายใจและพักผ่อนไปด้วย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย นำท่านสู่ ต้นน่านของฝาก ร้านจำหน่ายสินค้าและของฝาก ที่รวบรวมและคัดสรรจากผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ดีที่สุดของ จ.น่าน มาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ ของตกแต่ง ตลอดจนงานฝีมือที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของ จ.น่าน ให้ท่านได้นำกลับมาฝากคนที่ท่านรัก

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินน่าน จังหวัดน่าน

16.15 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินน่าน จังหวัดน่าน ประเทศไทย โดย สายการบินไทย แอร์ เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3557

17.25 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ