ทัวร์ไทย : นครศรีธรรมราช ชมโลมาสีชมพู 3วัน 2คืน

Share on email
Share on facebook
Share on twitter

♦ กิจกรรมล่องเรือชมโลมาสีชมพู

♦ ชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติกับหินพับผ้า

♦ ขอพรไอ้ไข่ ณ วัดเจดีย์ที่กาลังโด่งดัง “ขอได้ ไหว้รับ”

♦ พาสูดโอโซนเมืองใต้ ณ หมู่บ้านคีรีวง

♦ สักการะพระธาตุเมืองคอน และศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

 

เมนูแนะนำ

♦ กิจกรรมล่องเรือชมโลมาสีชมพู

♦ ชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติกับหินพับผ้า

♦ ขอพรไอ้ไข่ ณ วัดเจดีย์ที่กาลังโด่งดัง “ขอได้ ไหว้รับ”

♦ พาสูดโอโซนเมืองใต้ ณ หมู่บ้านคีรีวง

♦ สักการะพระธาตุเมืองคอน และศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

 

เลือกวันเดินทาง

2-4, 9-11, 23-25 เมษายน 2564

7-9, 14-16, 21-23, 29-31 พฤษภาคม 2564

11-13, 18-20, 25-27 มิถุนายน 2564

13,590 บาท

แผนการเดินทาง
วันที่รายการอาหาร
เช้ากลางวันเย็น
1กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – นครศรีธรรมราช – วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) – ถ้าเขาวังทอง
สวนตาสรรค์ – สะพานไม้อ่าวเตล็ด – โรงแรม
2ชมปลาโลมา – ชมเขาหินพับผ้า – เกาะนุ้ยนอก – จุดชมวิวเนินเทวดา – ผ่านชมถนนเลียบชายทะเล MOON COFFEE & ROTI – โรงแรม
3ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช – วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร – หมู่บ้านคีรีวง – หนานหินท่าหา  D ENDLESS DELL CAFE – สนามบินนครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ
รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – นครศรีธรรมราช – วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) – ถ้าเขาวังทอง – สวนตาสรรค์ - สะพานไม้อ่าวเตล็ด

05.00 คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D พบเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ด้านสัมภาระและบัตรโดยสาร

07.00 นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ประเทศไทย

โดย สายการบินไทย สมายล์ (THAI SMILE) เที่ยวบินที่ WE233

08.30 คณะเดินทางถึง สนามบินนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียบร้อยแล้ว

นำคณะเดินทางสู่ วัดเจดีย์(ไอ้ไข่) หรือวัดเจดีย์ตาไข่ เคยเป็นวัดร้างที่เชื่อกันว่าสร้างมาเป็นเวลานับ 1000 ปี มีเพียงเจดีย์โบราณเก่ารกร้างอยู่ตรงบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน จนเมื่อประมาณ พ.ศ.2500 มีการบูรณะวัดเจดีย์ขึ้นมาใหม่ มีพระเข้ามาอยู่ประจำ เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวบ้านใกล้เคียง และเป็นที่ประดิษฐานของ “พ่อท่าน” พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ยังเป็นวัดร้าง ไอ้ไข่หรือตาไข่เป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9 -10 ขวบ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ณ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่ในละแวกใกล้วัดไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย เรื่องราวของไอ้ไข่หรือตาไข่นั้น มีที่มาจากการที่ชาวบ้านแถวนั้นเคยเห็นภาพเด็กวิ่งเล่นอยู่ในบริเวณวัด เมื่อเข้าไปหาดูก็ไม่พบว่ามีเด็กมาพักอาศัยในบริเวณนั้นแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงเรียกเด็กที่ปรากฏร่างนั้นว่า “เด็กวัด” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวิญญาณที่สถิตย์อยู่ และเรียกวิญญาณดวงนี้ว่าไอ้ไข่ ใครมีเรื่องเดือดร้อน วัว ควาย หมู ข้าวของสูญหาย ก็มาจุดธูปบนบานขอให้ช่วยกันหาซึ่งก็มักจะประสบผลเสมอมา

(การขอพร ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ : ธูป 3 ดอก บนได้ ไหวัรับ)

(เมื่อคำขอพรสำเร็จตามเป้าแล้วแก้บนด้วยของที่บนบานไว้ และจุดธูป 1 ดอก)

(ตามความเชื่อของที่ไอ้ไข่ชอบ : ขนมเปี๊ยะ น้ำแดง ชุดทหาร ไก่ปูนปั้น หนังสติ๊กและการจุดประทัด)

นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำเขาวังทอง อยู่ภายใต้การดูแลของ อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ นับว่าเป็นถ้ำที่มีความสวยงามของธรรมชาติแห่งหนึ่งของจังหวัด เป็นถ้ำหินปูนผสมแร่เหล็ก โดยภายในถ้ำนั้น จะมีลักษณะอารมณ์ของห้องโถงขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างหลายห้องปะปนกันไป ซึ่งแต่ละห้องจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมากๆ ทั้งหินย้อยแบบหลอด หินย้อยรูปร่างเหมือนกับโสม หินงอกที่ประกบกับหินย้อยที่ไม่สมบูรณ์รวมเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนหินที่เป็นไฮไลท์ของถ้ำเขาวังทองจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ หินเจ้าแม่กวนอิม หินไดโนเสาร์ และ หินเจดีย์พระธาตุ นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่แปลกและไม่น่าจะสามารถพบเห็นได้ง่ายๆ อีก นั่นก็คือ น้อยหน่าถ้ำ หินทรงกลมที่ออกมาจากพื้นถ้ำ ดูแล้วคล้ายกับลูกหินนั่นเอง

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

บ่าย ผ่อนคลายปลาสปาเท้ากับ สวนตาสรรค์ อีกหนึ่งจุดเช็คอินชื่อดังของอ.ขนอม ว่ากันว่ามาขนอม ถ้าไม่มาที่นี่เหมือนไม่ได้มา ความสวยงามของลำธารเล็กๆ เย็นฉ่ำ ที่ไหลผ่านดงไม้น้อยใหญ่ กับสะพานไม้ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการนั่งแช่เท้าพักผ่อน ที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ที่เปิดให้บริการเล่นน้ำและทำฟิชสปา (ปลาตอดเท้า) โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเล่นให้ปลาตอดเท้า ทำความสะอาดเท้าแบบธรรมชาติ แบบสนุกสนานเพลิดเพลินปนจั๊กจี้หน่อยๆ ไปกับฝูงปลาที่มารุมตอดเท้า ถือเป็นการนวดและสปาเท้าไปในตัว โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลำธารตามธรรมชาติจากคลองโฉ ไหลผ่านท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นปกคลุมทำให้ร่มรื่นเย็นสบาย มีฝูงปลาในลำธารแหวกว่ายจำนวนมาก เรียกว่ายังคงความเป็นธรรมชาติแบบเดิมไว้อย่างครบถ้วน คุณรังสรรค์และภรรยา จึงได้เริ่มพัฒนาพื้นที่ทำที่นั่งให้ปลาตอดเท้าตามจุดต่างๆ และเปิดร้านขายอาหารเล็กๆ ให้ทุกคนได้สนุกเพลิดเพลินกับกิจกรรมด้านในพื้นที่

นำท่านเดินทางสู่ สะพานไม้อ่าวเตล็ด อยู่ในเขต มีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นที่ตั้งของหินชั้นหรือหินแพนเค้กร็อคที่่มีอายุมากกว่า 265 ล้านปี เป็นแหล่งอาศัยของโลมาสีชมพู เพราะอ่าวเตล็ดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางทะเล เนื่องจากมีหญ้าทะเลจำนวน 5 ชนิด ในพื้นกว่า 100 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อน โลมาจึงมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้โลมาในขนอมอยู่ในพื้นที่นี้ตลอดทั้งปีโดยไม่ย้ายถิ่นไปไหนเหมือนกับโลมาในที่อื่น ๆ รวมทั้งที่อ่าวเตล็ดนุ้ย เป็นที่ตั้งของเกาะนุ้ยซึึ่งมีบ่อน้ำจืดกลางทะเลที่เป็น UNSEEN THAILAND อีกอย่างหนึ่งด้วย และยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด นอกจากนี้ในพื้นที่อ่าวเตล็ดชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม โดยการทำประมงในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการคว้ากุ้ง หรือการจับกุ้งด้วยมือเปล่า การเจาะหอย หาหอยเสียบ เก็บสาหร่ายทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสะพานไม้ท่าเรืออ่าวเตล็ดที่สร้างขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจจากชาวบ้านชุมชนอ่าวเตล็ด และที่ท่าเรือยังมีถ้ำซึ่งประดิษฐานหลวงปู่แดง ติสโสอีกด้วย

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ GOLEDEN BEACH HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 2 ชมปลาโลมาสีชมพู – ชมเขาหินพับผ้า – เกาะนุ้ยนอก - จุดชมวิวเนินเทวดา - ผ่านชมถนนเลียบชายทะเล – MOON COFFEE & ROTI

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทาง ชมปลาโลมา อีกหนึ่งไฮไลท์ดังของการมาเที่ยวขนอม การล่องเรือไปชมโลมาสีชมพู หรือ โลมาหลังโหนก เป็นสัตว์ทะเลหายาก โดยที่ลำตัวจะมีสีชมพูอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะ หรือ บางตัวอาจจะออกสีเทาๆ ปนชมพูอยู่บ้าง เนื่องจากโลมาในพื่นที่ขนอมนี้เป็นโลมาที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วจะมีจุดที่สามารถมาล่องเรือไปชมโลมาสีชมพูได้ที่บ้านแหลมประทับ บ้านเขาออก หรือที่อ่าวแขวงเภา โดยปกติโลมาจะออกมาหาหารในช่วงเช้าประมาณ 8 โมง สามารถชมโลมาอย่างใกล้ชิดมากๆ และยังสามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปีเลย นั่งเรือชมเขาหินพับผ้า ป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา มีลักษณะเป็นแผ่นหินที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆ สูงขึ้นไป ลักษณะนี้คล้ายกับ Pancake Rock ที่เมือง Punakaiki ประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้ที่นี่มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แพนเค้ก ร็อค เมืองไทยนั่นเองค่ะ โดยบางจุดสามารถขึ้นไปยืนได้ ชาวบ้านเรียกว่า เวทีพุ่มพวง จากนั้นนำท่านสักการะหลวงปู่ทวดเกาะนุ้ยนอก เกาะกลางทะเลที่มีสิ่งมหัสจรรย์เกิดขึ้น เนื่องจากบนเกาะแห่งนี้มีบ่อน้ำจืดรูปร่างคล้ายกันรอยเท้าและจะสามารถมองเห็นได้ตอนน้ำทะเลลด จนได้ชื่อว่าเป็นตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาถึงทุกวันนี้

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

 

ชมวิว ณ จุดชมวิวเนินเทวดา เป็นจุดชมวิวที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสวยงามของอำเภอขนอม ภายในพื้นที่ได้จัดระเบียงชมวิวที่สามารถยืนชมวิวของทะเลสีฟ้าคราม ที่รายล้อมด้วยต้นไม้และทิวเขาแบบกว้างไกล มีระเบียงชมวิวทอดยาว สำหรับไปรับลมและมองวิวชายหาดขนอมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง

ระหว่างทาง ผ่านชมถนนเลียบชายทะเลเขาพลายดำ ถนนเลียบชายทะเล ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เป็นจุดชมวิวและเส้นทางขับรถเที่ยวที่แสนโรแมนติก และยังเป็นถนนสายอนุรักษ์ธรรมชาติ ตลอดเส้นทางจะมีกวางป่าที่อาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 100 ตัว ปรากฏให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความน่ารักในเวลากลางคืน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองไปได้ไกลถึงเกาะสมุยและเกาะพะงัน ยิ่งช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีส้มบรรจบกับน้ำทะเล ยิ่งโรแมนติก

นำท่านเดินทางสู่ MOON COFFEE & ROTI คาเฟ่ราคาหลักร้อยกับวิวหลักล้าน ที่ตั้งอยู่ริมทะเลมีระเบียงยื่นออกไปนอกตัวร้านให้ท่านได้นั่งจิบเครื่องดื่มแบบสบายๆ รับลมทะเลชมวิวแบบ 360 องศา พื้นที่กว้างขวางและมีมุมให้นั่งเล่นเยอะหลากหลายมุม และยังสามารถเดินลงไปถ่ายภาพคู่กับโขดหินด้านล่างได้อีกด้วย คาเฟ่แห่งนี้ให้บริการเครื่องดื่ม โรตี ของหวาน สเต็ก และอาหารอีกหลากหลายเมนู (ไม่รวมค่าเครื่องดื่มในรายการทัวร์)

เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ TWIN LOTUS HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3 ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช - วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร - หมู่บ้านคีรีวง - หนานหินท่าหา - D ENDLESS DELL CAFE
สนามบินนครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นสิริมงคลแห่งการเดินทาง ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง โดยหลังกลางเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้าย ศิลปะศรีวิชัย ที่เรียกว่าทรงเหมชาลา ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลังถือว่าถือเป็นบริวารสี่ทิศ เรียกว่าศาลาจตุโลกเทพ ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง ศาลทรงเมือง ศาลพระพรหมเมือง และศาลพรบันดาลเมือง ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2542 องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ตะเคียนทอง ได้มาจากภู4เขายอดเหลืองในนครศรีธรรมราช ส่วนบนของเสาเป็นรูปจตุคามรามเทพ (สี่พักตร์) หรือเทวดารักษาเมือง เหนือสุดเป็นเปลวเพลิงอยู่บนยอดพระเกตุ คือยอดชัยหลักเมือง รูปแบบการแกะสลักจินตนาการจากความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ซึ่งเคยมีอิทธิพลต่อศิลปกรรมในภาคใต้ และนครศรีธรรมราชแต่ครั้งโบราณ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระธาตุไร้เงา) เดิมเรียกว่า วัดพระบรมธาตุเป็นวัดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองโบราณ หลักฐานทางเอกสาร ที่ชัดเจน ปรากฏขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์กล่าวว่าวัดนี้เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชปักษ์ใต้ทรงพระสงฆ์จากวัดเพชรจริกมาดูแลรักษาวัด และคราวที่รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสเมืองนคร ได้โปรดพระราชทานนามวัดว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร สถานที่แห่งนี้ถือเป็นมิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย สัญลักษณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ และยังเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับมาอีกด้วย

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านขนมจีนเส้นสด

 

 

บ่าย นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านคีรีวง พร้อมชมทัศนียภาพแห่งธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ป่าไม้และสายน้ำ

สะพานบ้านคีรีวง ถือเป็นแลนด์มาร์คของคีรีวง ที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็จะต้องมาถ่ายรูป เก็บภาพกลับไปเป็นที่ระลึก ต่อด้วยชมวิว หนานหินท่าหา บน สะพานแขวน–ท่าหา เป็นสะพานแขวนเล็กๆ ล้อมรอบด้วยวิวป่าเขาตลาดบ้านคีรีวงอาชีพหลักของชาวคีรีวง คือ การเพาะปลูกผลไม้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ผลิตภัณฑ์คีรีวงที่ได้รับ เลือกเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว ได้แก่ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านคีรีวง มีการรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ หลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสาน และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์และ กลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม จากผู้บริโภค ผ้ามัดย้อมเป็นผลิตภัณฑ์เด่น คีรีวงในฐานะ หมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP จึงมีจุดท่องเที่ยวเชิงสาธิตซึ่งเกี่ยวเนื่องกับผ้าและความเป็นธรรมชาติ และที่นี่ยัง ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ.2541 ประเภทเมืองและชุมชนอีกด้วย

สัมผัสกาแฟและวิวสวยบนถนนเส้น 4015 แทรกตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม่เขียวขจีของผืนป่าลานสกา ที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ ณ D’ENDLESS DELL CAFE ใครที่ได้ผ่านไปมาในเส้นนี้จะสะดุดตาไปกับตัวร้านดูแปลกตา ทันสมัย ตกแต่งเท่ๆแบบมีสไตล์ เป็นการคุมโทนสีขาว-ดำ สไตล์โมเดิร์น-ลอฟท์ เน้นใช้โครงสร้างเหล็กเป็นหลัก บนทำเลที่สามารถเห็นวิวภูเขาได้แบบพาโนรามา ยิ่งตอนที่มีหมอกลอยมาด้วยนี่ยิ่งสุดคำบรรยาย เราสามารถขึ้นไปถ่ายรูปบนเนินเขาที่อยู่ในบริเวณร้าน ซึ่งวิวจากตรงนี้สุดแสนจะโรแมนติก มองเห็นสายน้ำตกบนหน้าผาของภูเขาฝั่งตรงข้าม สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่นี่มีครบครัน กาแฟที่นี่เด็ดมาก บาริสต้าของเค้าค่อนข้างละเอียดอ่อนกับการทำ แนะนำให้ลองกิน กาแฟผลไม้ เด็ดจริงๆ (ไม่รวมค่าอาหารและเครื่องดื่ม)

16.30 ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

19.00 นำท่านเดินทางกลับสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดย สายการบินไทย สมายล์ (THAI SMILE) เที่ยวบินที่ WE236

20.25 เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ